เรื่องของเทียน

เรื่องของเทียน
(นักจิตวิทยา: พริ้ว  วิริยะพานิช)

“ครั้งแรกที่ผมได้รับโจทย์ว่าต้องมาบรรยายให้กับพวกคุณเรื่องความสุข  ก่อนอื่นเลยถ้าผมจะอธิบายหรือพูดเรื่องความสุขให้คุณฟังได้  คงไม่พ้นต้องนิยาม คำว่า “ความสุข” เสียก่อน”  ผมกำลังซ้อมพูดบทอยู่หน้ากระจก  ทว่าบทนี้มันช่างยาวและยากที่จะจำเหลือเกิน

“ความสุขของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันไป บางคนสุขที่ได้ให้ บางคนสุขที่ได้รับ บางคนสุขที่…” และผมก็ลืมจนได้ว่าต้องพูดอะไรต่อ

“บางคนสุขที่…” ผมพูดทวนก่อนจะเริ่มเปิดเอกสารดู

“อ๋อ สุขที่จะเห็นผู้อื่นมีรอยยิ้ม”  ถุ้ย! น้ำเน่าที่สุด ผมคิดในใจ ก่อนจะปิดเอกสารวางไว้ที่เดิม งานของผมที่ได้รับมาคือการพูดเรื่องความสุข แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องพูดตามเอกสารด้วย  เพียงเพราะผมเป็นแค่คนพูดเก่งที่มารับจ้างหรอกหรือ  ผมไม่ได้เป็นนักวิชาการผู้มีความรู้มีประสบการณ์มาพูดเองนี่  อีกอย่างเอกสารที่ทางบริษัทเอามาให้ผมปริ้นมาจากกระทู้ในเวปบอร์ดไหนหรือเปล่า เชื่อถืออะไรได้ว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เอาล่ะถ้าผมจะพูดแบบไม่ดูเอกสารบ้างล่ะจะเป็นอย่างไร

“สวัสดีครับ ผมชื่อเทียน เป็นวิทยากรรับเชิญในวันนี้ จะมาพูดคุยกับพวกคุณเรื่องความสุข  ก่อนที่ผมจะรับงานใดๆ  ผมจะต้องรู้ก่อนว่าคนจ้างผมมาเนี่ย  ต้องการให้ผมทำอะไร  ทางบริษัทบอกผมว่าโครงการอบรมนี้  อยากให้ผมพูดเรื่องความสุขและที่สำคัญไม่ใช่แค่พูดเฉยๆ  ต้องให้พวกคุณรู้จักสร้างความสุขให้กันและกันในบริษัท ในแผนก และกับเพื่อนร่วมงานด้วย” ผมรู้สึกตันขึ้นมาทันทีเพราะตัวผมเองเป็นแค่คนที่พูดเก่งที่ถูกจ้างให้พูด ตามเอกสารเท่านั้น แต่ถ้าผมจะพูดเองเรื่องนี้  ผมไม่สามารถทำได้เลยจริงๆ  ตัวผมเองยังไม่รู้เลย ว่าความสุขของผมคืออะไรกันแน่ และอะไรที่เรียกว่าความสุขจริงๆ  ผมกินอาหารอร่อยผมก็มีความสุข

…และแล้ว  ความคิดบางอย่างก็ขึ้นมาในหัวผม  ผมเดินออกจากห้องไปยังร้านโชว์ห่วยหน้าปากซอย  เข้าไปหาเจ้าของร้าน ผมเรียกแกว่าป้าแดง  แกอายุสัก50กว่าๆ  นิสัยดีทีเดียว

เทียน : “ป้าครับ  เอ่อ…ร้านยังไม่มีลูกค้าเท่าไหร่เนอะ  ผมว่าจะถามไรป้าหน่อย”

ป้า แดง : “ว่าไงลูก เอาสิ ถามอะไร”

เทียน : “ความสุขคืออะไรหรอครับ  สำหรับป้าน่ะ”

ป้าแดง : “ป้าคิดก่อนนะ  ป้าเองก็ทำงานยุ่งๆไม่ได้เคยคิดถึงเรื่องนี้หรอก”

เทียน : “เอางี้ก็ได้ครับ  อะไรที่ทำให้ป้ามีความสุข”

ป้าแดง : “อะไรน่ะหรอ  ก็คงจะเป็น  ลูกชายป้าสองคน  เห็นเขาได้ดีมีการมีงานทำป้าก็มีความสุขแล้ว คนเป็นแม่น่ะลูก  ไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบาก อยากเห็นเขาเป็นคนดีคนเก่งอยู่สบายร่ำรวย  เราจะได้ไม่ต้องห่วง”

เทียน : “อ่อครับ  มีลูกดีแม่ก็สุขใจเนอะ ป้าเนอะ อ่า  ผมขอน้ำเปล่าขวดครับ”

ป้า แดง : “จ้า  ขอบใจนะลูก  ไม่ต้องใส่ถุงเนอะ”

ผมเดินได้ออกมาได้สักพัก  ยืนเกาหัวอยู่หน้าบ้านตัวเองเนื่องจากลืมหยิบหลอดดูดน้ำมาด้วย  ผมยังไม่มีลูก  ผมไม่เข้าใจหรอกความรู้สึกแบบนั้น  แต่ก็ทำให้ผมคิดถึงแม่มากขึ้น  แม่ผมคงมีความสุขถ้าผมเป็นคนดี เรียนสูง มีงานดีๆทำ ดูแลตัวเองได้ ผมวางขวดน้ำไว้บนหลังคารถของผมที่จอดอยู่หน้าประตูบ้าน  แล้วล้วงกระเป๋ากางเกงหาโทรศัพท์มือถือ  ผมหาไม่เจอจึงนึกขึ้นได้ว่าน่าจะลืมไว้ที่ร้านป้าแดง  ผมรีบเดินกลับไปที่ร้าน  แต่ก็ไม่พบมือถือ  ผมจึงขอยืมมือถือป้าแดงโทรเข้าเครื่องตัวเองเพื่อจะได้ตามเสียงเรียกเข้าหากมันจะตกอยู่ใกล้ๆจุดที่ผมยืนอยู่  สิ่งที่ผมได้ยินคือ “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…”  ผมใจหายสุดๆ แล้วก็นึกได้ทันทีว่าผมลืมไว้ในตู้เย็นที่บ้านผมเอง  ผมถือโทรศัพท์ขณะที่กำลังเปิดหาของกิน  มันไม่ถนัดผมเลยเอามือถือวางไว้ในช่องใส่ไข่ แล้วพอได้ของกินผมก็ลืมจนได้

เทียน : “ขอบคุณครับป้า”

ป้าแดง : “อ้าว ไม่เห็นมีเสียงดังเลย  แบบนี้ถูกล้วงไปรึป่าว  เดี๋ยวนี้โจรมันเยอะ  คนตกงานเป็นหนี้ขโมยกันได้ทุกวัน ป้าก็เจอขนาดขนมห่อเล็กๆมันยังแอบขโมยเลย”

เทียน : “อ๋อ คือผมนึกได้พอดีน่ะครับ ผมลืมไว้ที่บ้าน”

ป้าแดง : “อ้าวหรอ ก็ดีที่ยังไม่หายนะ ป้าก็ตกใจแทน”

ระหว่างที่ผมเดินกลับบ้าน  ก็นึกสงสัยว่าช่วงนี้ผมเป็นอะไรไป ถึงหลงลืมอยู่บ่อยๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก หรือผมท่าจะเครียดเพราะทำงานหนัก นอนน้อย อาหารเช้าไม่ได้กิน … ทันใดนั้นผมก็รู้สึกทันทีว่า  ผมแทบไม่มีความสุขกับชีวิตของตัวเองในแต่ละวันเลย

ผมเดินมาถึงหน้าบ้านเห็นขวดน้ำวางไว้บนหลังคารถตัวเอง …  ตลกจัง … มันตลกจริงๆนะ รถมีขวดน้ำวางอยู่โด่เด่เดี่ยวๆ แล้วผมก็ยืนหัวเราะอยู่หน้าบ้าน…แค่ขวดน้ำก็ทำให้ผมหัวเราะได้ ไม่สิ ไม่ใช่เพราะขวดน้ำ  ทุกคนที่เห็นภาพนี้คงไม่ได้หัวเราะทุกคน  แต่เพราะตัวผมเองต่างหากที่มองแล้วหัวเราะ  ผมมองแล้วหัวเราะ  ผมมองแล้วผมเห็น  ผมเห็นแล้วผมคิด  ผมคิดแล้วผมถึงรู้สึก  ผมรู้สึกผมถึงได้แสดงออก ผมจึงหัวเราะ และผมก็มีความสุขเล็กๆจากการได้หัวเราะ  ผมเดินไปคิดเรื่องความสุขไปจนถึงตู้เย็นแล้วผมก็ได้มือถือผมคืน

บทสนทนาที่ร้านป้าแดงทำให้ผมคิดถึงแม่ขึ้นมาทันที  ผมเลยจะโทรหาแม่  ผมนึกขึ้นมาได้ว่าแม่ผมเคยพูดถึงเพื่อนแม่คนหนึ่งชื่อยศ เขาเป็นเจ้าของบริษัทที่รวยมาก  แต่วันหนึ่งเขากลับล้มละลาย  เงินทองที่มีเป็นล้านกลายเป็นหนี้สินท่วมตัว  แต่ยศกลับสู้ต่อไม่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายเหมือนที่เป็นข่าวกัน  แม่บอกว่าคำพูดของยศดีมากๆ  ยศพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงผมไม่คิดฆ่าตัวตายแน่นอน  ถึงผมจะเสียบ้านเสียรถ  เสียทุกอย่างที่ทุ่มเททำมาทั้งชีวิตหายไปในพริบตา  คนอาจคิดว่าผมหมดสิ้นแทบทุกอย่าง  แต่ผมจะบอกว่าไม่ใช่เลย  ผมยังเหลือสิ่งที่สำคัญที่สุด  สมมุติว่าผมเป็นทหารโดนระเบิดแขนขาดไปหนึ่งข้าง … อ่า… สองข้างก็ได้ หนึ่งข้างดูน้อยไป  ผมก็จะพูดแบบนี้แหละ  ผมยังเหลือ … ผมยังเหลือชีวิตของผม”

แม่เคยสอนว่าทุกอย่างในโลกนี้ที่เรามีเราได้มามีสองกรณีคือ “ไม่มันจากเราไปก่อน เราก็จากมันไปก่อน” ผมว่าจริงนะ  เงินได้มาถ้าเราไม่ใช้ไปซะก่อน  วันหนึ่งผมก็ต้องตายจากมันไปก่อนที่ผมจะได้ใช้  เพราะฉะนั้นผมก็มาคิดว่าที่ผมดิ้นรนทำงาน  พยายามจะประสบความสำเร็จ  อยากรวย สุดท้ายมันคงไม่ได้เป็นความสุขจริงๆ  ยิ่งผมดิ้นรนอยากได้ต้องการมันมามากเท่าไหร่  ผมก็ยิ่งกดดันยิ่งเครียด ไม่มีความสุข  ผมเชื่อเลยที่คนบอกว่าสุขทุกข์เป็นของคู่กัน  ยิ่งไปแสวงหาก็ยิ่งทุกข์  พอได้มาก็ไปติดมันหลงมัน  วันหนึ่งมันจากไปก็ทุกข์หนัก  เพียงเพราะคำว่า “ยึดติด” คำเดียวจริงๆที่ทำให้คนเราคาดหวังไปมากมาย  หวังว่ามันจะอยู่กับเราตลอดไป  มันเป็นของเราคนเดียว  เราจะต้องเก่ง ต้องรวย  อยากเหนือกว่าดีกว่า แล้วความสุขจริงๆมันอยู่ตรงไหนกันแน่

ผมคิดว่าผมพอได้แนวทางในการหาคำตอบให้ใจผมเองแล้ว  ผมยังต้องเรียนรู้ชีวิตอีกเยอะ กับอีแค่ ความสุข  ผมยังลืมมันได้เลย  ความเคยชินในแต่ละวันทำให้ผมลืมที่จะคิดว่า  ที่เราทำอยู่ปัจจุบัน ทำไปทำไม เพื่ออะไร ลืมถามตัวเองว่าความสุข ที่ผมอยากได้จริงๆในชีวิต  มันเป็นแบบที่ผมทำอยู่แบบนี้น่ะหรอ

ผมควรจะหาคำตอบให้ตัวเองว่าความสุขของผมคืออะไร  ต้องขอบคุณคนจ้างผมจริงๆที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา  แล้วสักวันถ้าผมได้คำตอบ  ผมจะบรรยายหัวข้อความสุขด้วยตัวของผมเองโดยไม่ต้องท่องจำเอกสารจากใคร  และตอนนี้สิ่งที่ผมจะทำคือโทรศัพท์หาแม่  คนที่รักผมเสมอไม่ว่าผมจะเป็นอย่างไร

——————————————————————————————–

เนื้อหาบทความได้รับ การคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิ ทางปัญญา  โดยลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและ themosthappiness  เรามี ความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่เพื่อสาธารณะประโยชน์ เท่านั้น  กรุณาให้เกียรติผู้เขียนด้วยการอ้างชื่อผู้เขียนและ themosthappiness  (www.themosthappiness.wordpress.com) ทุกครั้งที่นำไปเผยแพร่ต่อ  ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้ รับอนุญาต  ขอบคุณที่ร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็นเครือข่ายแห่งความสุข

3 thoughts on “เรื่องของเทียน

  1. ทุกสิ่งที่ได้มามันคือกำไร แต่เรายังเหลือทุนเท่าเดิมนั้นค​ือ ชีวิต ขอให้ทุกคนสู้ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

  2. Pingback: [รวมงานเขียน] เรื่องของเทียน « Prillvy

  3. Pingback: [Series : The people] เรื่องของเทียน « Prillvy

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s