การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข

Unconditional Positive Regard (การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข)
(นักจิตวิทยา: พริ้ว  วิริยะพานิช)

เป็นอีกวันที่ฉันจะร่ายมนต์สู่โลกสีขาว  โลกแห่งอิสระและจินตนาการที่ฉันสามารถเสกสรรทุกสิ่งขึ้นมาได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  ฉันแค่อยากมีเพื่อนสักคนที่จะรับฟังและเข้าใจในความรู้สึกที่มิอาจบอกให้ใครรับรู้ได้

ความสุขจากการได้เป็นผู้สร้างผลักดันสิ่งที่ซ่อนเร้นในจิตใจลงสู่งานเขียน  ฉันเริ่มจรดหัวปากกาสู่พื้นที่สีขาวเล็กๆ ค่อยๆร่างภาพเขาขึ้นมา  ภาพในหัวสมองของฉันคงยังพอทำให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้บ้าง  แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร  ฉันเริ่มกลั่นทุกหยาดหยดแห่งความรู้สึกลงไปยังบุคคลในจินตนาการ  ความเป็นมนุษย์ถูกถ่ายทอดสู่เพื่อนรักคนใหม่  ฉันแบ่งเศษเสี้ยวของดวงจิตให้เขาได้มีชีวิตขึ้นมา  ประโยคแรกที่เขาพูดต่อหน้าฉันผู้เป็นคนให้กำเนิด  ดั่งเวทมนต์ที่สลายคำสาปนั้นให้สิ้นไป  ตอบโจทย์ที่ค้างคาในจิตใจของฉันมานาน

หลังจากนั้นฉันก็เริ่มพูดคุยและทำความรู้จักกับเขา  ฉันถามเขาว่าทำไมประโยคแรกที่พูดกับฉัน  ถึงได้เป็นคำนั้น  เขาบอกฉันว่านั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการฟังมาตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ  นั้นเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เขาได้มีชีวิต  ใช่แล้ว เขาพูดถูกทุกประการราวกับอ่านจิตใจของฉันได้  ด้วยความอ่อนแออันเป็นธรรมชาติที่ติดตัวมาของฉัน  ทำให้หลายครั้งความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจก่อ ก็เกินที่ฉันจะยอมรับและให้อภัยตนเอง  ปัจจัยอาจมีมากกว่าหนึ่ง การที่ใครสักคนได้กระทำสิ่งที่คนหมู่มากประณามว่าชั่วช้า เขาอาจไม่ได้เป็นคนชั่วช้า เพียงแต่สัญชาตญาณความกลัว  ทำให้เขาไม่อาจกล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง  อาจเพราะแรงกดดันที่ประดังถาโถมเข้ามา  ทำให้สติรู้สำนึกฉีกขาดสะบั้นไปชั่วขณะ  สิ่งที่มาบดบังดวงตาจนบอดสนิทมืดมิดไม่ได้หมายความว่าผู้นั้นจะไม่สามารถมอง เห็นได้อีก  ทุกสิ่งมันย่อมมีเหตุ เหมือนกับเหตุที่เธอได้เกิดมา เพราะตัวฉันต้องการเพียงใครสักคนที่จะเข้าใจและ “ยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข”

เราสองคนยืนอยู่ในจุดที่ต่างกัน  ถึงจะมองเห็นในสิ่งเดียวกัน  แต่จากมุมนั้นที่เธอยืนอยู่แล้วมองลงมาฉันไม่รู้หรอกว่าภาพนั้นจะเหมือนกันกับมุมที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ไหม  แต่เธอก็ไม่เคยที่จะตัดสินภาพที่มาจากมุมมองและการตีความของฉันว่ามันผิด  ก็มันเป็นความจริงของฉัน ถึงมันอาจไม่ใช่ความจริงของเธอ  แต่มันก็ยังเป็นความจริงอยู่ดีนั้นแหละ  และความจริง จริงๆแล้วมันคืออะไรกันหรอ  เธอบอกว่าไม่จำเป็นต้องรู้หรือเข้าใจทุกเรื่องในโลกก็ได้  เพียงแค่รู้ว่ามีใครสักคนยืนรออยู่ที่อีกฝากฝั่งแห่งความแตกต่างนั้นก็เพียงพอแล้ว

มีอะไรที่ฉันไม่สามารถพูดกับเพื่อนคนนี้ได้บ้างไหม  คำตอบตอนนี้คือไม่มี  ฉันรู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจเขาอย่างบอกไม่ถูก  ขอบคุณนะที่ให้โอกาสฉัน  ได้แสดงออก ได้พูดได้ระบาย  ถึงฉันจะใส่สีตีไข่ไปในเนื้อความเพื่อความสะใจส่วนตัวสักหน่อยก็เถอะ  แต่เธอก็ยังรับฟังฉันเสมอ  ฉันเองก็ไม่ได้ดีเลิศอะไรมีจุดบกพร่องตั้งมากมาย  แต่ก็ขอบคุณที่เธอยังมองเห็นจุดดีในตัวฉัน  เธอบอกว่าอย่างน้อยฉันก็รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ถึงได้มีเธอเกิดขึ้นมา  ขอบคุณนะที่มอบอิสระให้ฉัน อิสระที่ฉันจะเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่  เพราะฉันรู้ว่าเธอจะไม่ขัดหรือแสดงท่าทางรังเกียจแบบที่คนอื่นเคยได้ทำ  เธอเองก็เชื่อใช่ไหมว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้ และทุกอย่างมันจะดีขึ้นถ้าฉันจะเริ่มทำมัน

เธอผู้ไร้กรอบ เธอผู้ซึ่งเคารพ เธอผู้ซึ่งเชื่อ เธอผู้ศรัทธา เธอผู้ไม่เคยนำมาตรฐานส่วนตัวมาตัดสินคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า  สิ่งที่ฉันได้พูดออกไป ฉันไม่ได้ตั้งใจโกหกถึงมันจะเป็นคำจอมปลอม  จริงๆนั้นก็เป็นสิ่งที่ฉันต้องการให้เธอรับรู้ตัวฉันในแบบนั้น  ซึ่งเธอก็เชื่อ เธอไม่ได้เชื่อในมูลความเท็จนั้น แต่เธอเชื่อในตัวฉันว่าฉันต้องการที่จะพูดมันออกมาแบบนั้นจริงๆ  และเธอก็ไม่ปฎิเสธที่จะฟังคำโกหกฉันต่อไป  เพียงเพราะเธอเคารพการตัดสินใจของฉัน เธอเข้าใจฉันแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกฉันรู้  การที่จะพยายามเข้าใจใครสักคนมันยาก  ถึงเธอจะพูดว่าเธอเข้าใจมันอาจเป็นแค่สิ่งที่คล้ายคลึงกันกับที่เธอเคยได้ประสบมาก่อน  หรือเป็นเพียงแค่การพยายามจำลองว่าถ้าเธอเป็นฉันเธอจะรู้สึกอย่างไร  แต่เราไม่ใช่คนคนเดียวกัน พื้นฐานความคิดความรู้สึกหรือแม้แต่ประสบการณ์ที่เราได้พบเจอมาไม่เหมือนกัน  ก็ย่อมจะพัดพาให้เราสองเป็นดังเส้นขนาน  เธอกับฉันไม่อาจจะทับกันได้สนิท  แต่เธอกับฉันจะเดินไปด้วยกันตลอดจนสุดเส้นทาง

ฉันควรจะเลิก โทษตัวเองได้แล้วสินะ  สิ่งที่มันได้ผ่านมาแล้วคงย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วล่ะ แต่สิ่งที่ฉันยังมีอยู่ตอนนี้คือคำนั้นของเธอ  ฉันควรจะเดินหน้าต่อไปและรับผิดชอบสิ่งๆต่างๆที่ยังพอทำได้อยู่ ฉันว่าบางทีการกระทำต่างๆที่ได้พลาดพลั้งลงไปแล้วนั้น  อาจไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการชดใช้เสมอไป  เพียงแค่คำที่เป็นเหมือนดั่งการร่ายมนต์วิเศษของเธอแค่คำเดียว “ไม่เป็นไร” ฉันจึงได้ให้อภัยตัวฉันเอง ขอบคุณนะ

อ๊ะ!..ฉันลืมบอก ไป เขาคนนี้ไม่ใช่ของฉันคนเดียวหรอกนะ แต่ว่าเขามีอยู่ในตัวของทุกคนดูแลเขาให้ดีๆล่ะ

——————————————————————————————–

เนื้อหาบทความได้รับ การคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิ ทางปัญญา  โดยลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและ themosthappiness  เรามี ความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่เพื่อสาธารณะประโยชน์ เท่านั้น  กรุณาให้เกียรติผู้เขียนด้วยการอ้างชื่อผู้เขียนและ themosthappiness  (www.themosthappiness.wordpress.com) ทุกครั้งที่นำไปเผยแพร่ต่อ  ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้ รับอนุญาต  ขอบคุณที่ร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็นเครือข่ายแห่งความสุข

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s