เรื่องของอินทร์

เรื่องของอินทร์
(นักจิตวิทยา: พริ้ว  วิริยะพานิช)

เป็นเวลาที่ผู้คนส่วนมากนอนหลับด้วยความอ่อนเพลียเหนื่อยล้ามาตลอดวัน แต่ผมยังคงนั่งทำงานที่ผมรักต่อไป กองหนังสือนับสิบไม่ได้ทำให้ผมท้อแต่อย่างใด แต่มันกลับทำให้ผมอยากที่จะทำมันมากขึ้น “คุณคะ ดึกแล้วนอนก่อนดีไหม พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาทำต่อก็ได้นะคะ ฉันเป็นห่วงสุขภาพคุณ” ภรรยาของผมพูดประโยคเดิมแทบทุกวันและผมก็ตอบเหมือนเดิมทุกวัน “อีกสักพักก็นอนแล้วล่ะ พอดีตอนนี้หัวสมองกำลังวิ่ง เวลากลางคืนเงียบๆมีสมาธิดีนะ คุณส่งลูกนอนเถอะ” และผมก็รู้ว่าอีกสักพักภรรยาของผมก็จะเดินกลับเข้ามาหาผมอีกรอบด้วยประโยค ที่ผมพอจะเดาได้ “คุณคะ แสง รอให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้แกฟังน่ะ แกดื้อไม่ยอมนอนถ้าไม่ได้ฟังนิทานก่อนนอนจากคุณ” ผมคงต้องทำหน้าที่คุณพ่อใจดีเสียแล้ว ถึงผมจะไม่ค่อยว่างนักแต่ถ้าพอจะมีเวลาให้ลูกได้บ้างผมก็จะใช้มันอย่างคุ้มค่า


“ลูกแสง รอฟังนิทานจากพ่ออยู่ล่ะสิ สัญญานะว่าถ้าพ่อเล่าแล้วจะนอนหลับ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนนะ” ผมเล่านิทานให้ลูกฟังเป็นประจำทุกวันอย่างไม่เบื่อหน่ายเพราะเมื่อแกโตขึ้น เป็นหนุ่มต่อให้ผมจะอยากเล่าอะไรมากมายแกก็คงไม่อยากฟังมันเท่าตอนนี้ “ถนนหนทางเต็มไปด้วย ผู้คนที่แตกตื่นจากเอเลี่ยนที่มาบุกโลก คาดเดาไม่ได้เลยว่าเอเลี่ยนจะมาดีหรือมาร้าย จะฆ่าพวกเราหรือนำเทคโนโลยีมาช่วยเรา กองทัพทหารของทุกประเทศประจำการตามเมืองต่างๆหวังจะรักษาเอกราชของโลกนี้ไว้ ให้จงได้ ทันใดนั้น ก็มีสารจากยานแม่ เอเลี่ยนบอกว่า พวกเรามาเพื่อช่วยโลกมนุษย์ ทรัพยากรเหล่านี้เป็นสิ่งมีค่า มนุษย์ไม่สามารถจัดการได้พวกเราจึงต้องมาช่วยก่อนที่มันจะถูกทำลายจนหมดสิ้นไป แต่ก็มีมนุษย์บางกลุ่มพูดว่า อย่าไปเชื่อมัน พวกเอเลี่ยนบอกว่าจะช่วยโลกมนุษย์แต่ไม่ได้บอกว่าจะช่วยมนุษย์ มันแค่จะมาเอาทรัพยากรบนโลก และทันใดนั้นผู้ต่อต้านก็ถูกปืนเลเซอร์จากต่างดาวยิงเข้าใส่ เปรี๊ยงๆๆ” พอผมเล่ามาถึงตอนนี้ลูกผมก็หลับไปแล้ว ผมจึงได้กลับไปทำงานต่อ
 
ผมมักจะนำเรื่องจากหนังสือที่ผมกำลังแปลมาเล่าให้ลูกฟัง งานของผมทำให้ผมได้อ่านหนังสือต่างประเทศหลากหลายมากมาย ทำให้เกิดแนวความคิดใหม่ๆอยู่เสมอ การที่ผมทำงานแปลหนังสือประเภทนิยาย เรื่องสั้น ชีวประวัติ จากต่างประเทศทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ผมอยากให้ทุกคนได้อ่าน เพราะบางอย่างเราไม่สามารถเรียนรู้ได้เองโดยตรงแต่ผู้เขียนได้นำประสบการณ์มาสอนต่อซึ่งเป็นสิ่งมีค่าที่หาได้เฉพาะคนเท่านั้น ความรู้ กขค เป็นเพียงความรู้พื้นฐาน แต่ประสบการณ์เป็นดั่งครูชีวิต ซึ่งหาซื้อมาอ่านและท่องจำไม่ได้ หากผู้เขียนหนังสือไม่ได้เมตตาจะถ่ายทอดส่งต่อสิ่งมีค่าเหล่านี้ เราก็ไม่อาจไปบังคับหรือเข้าไปเรียนในสมองคนเหล่านั้นได้ บางทีนิทานเด็กธรรมดาๆซึ่งดูไม่มีอะไรก็แฝงไว้ด้วยข้อคิดมากมายหากใส่ใจจะพิจารณาเนื้อหาเหล่านั้น
 
การอ่านก็เป็นเหมือนศิลปะ ใช่ว่าคนอ่านทุกคนจะรู้เรื่องเหมือนกัน ได้อะไรไปเท่าๆกัน  บางเล่มต้องอาศัยประสบการณ์ในการอ่านและตีความ ถ้าให้ผมไปอ่านหนังสือต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องแรงดันน้ำแล้วแปล ก็อาจจะแปลออกมาได้ไม่ดีเท่ากับคนที่รู้ดีทางด้านนี้หรือต่อให้ผมอ่านจบผมก็อาจนำไปใช้ ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่นอกจากจะไว้ใช้เป็นความรู้รอบตัวเท่านั้น ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรในตัวผมทำให้ผมมีความถนัด เชี่ยวชาญ และรักที่จะแปลหนังสือแนวนี้ได้ทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่รู้จักเหนื่อย สิ่งที่มีค่ามากกว่าการอ่านเพื่อบันเทิงคือการกลั่นสิ่งที่ได้นั้นออกมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตของตนเองอย่างถูกต้องเหมาะสม ผมมักจดข้อคิดต่างๆจากหนังสือไว้และแนบใส่ในเล่ม เมื่อมีโอกาสก็จะนำสิ่งเหล่านี้ไปเล่าและแบ่งบัน เหมือนกับที่ผมชอบทำกับลูกแสง
 
บางเรื่องก็อาจยากเกินกว่าที่เด็กจะสามารถเข้าใจได้ในตอนนี้ แต่ผมมั่นใจว่าเมื่อเขาได้โตเป็นผู้ใหญ่ ประสบการณ์ต่างๆจะทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อ ณ เวลานี้ ถ้าจะรอให้โตก่อนแล้วค่อยมาพูดมาสอนก็ไม่รู้ว่ามันจะสายเกินไปไหม เพราะชีวิตคนเราไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้เลย เมื่อคนเราหมดเวลาชีวิตก็เพียงแต่สลายหายไป สิ่งมีค่าหากไม่ได้ทิ้งไว้ให้คนที่ยังอยู่ก็จะสลายไปพร้อมกับเรา ผมจึงไม่งกประสบการณ์ความรู้ที่ผมมี ที่พอจะเผื่อแผ่ได้ก็อาศัยความรู้ด้านภาษาแปลหนังสือดีๆเปิดกว้างให้กับคนในชาติ นั่นคือความตั้งใจแรกของผม ส่วนเงินที่ได้มาสำหรับผมนั้นก็เป็นเพียงดอกผลพลอยได้เท่านั้น ผมปลูกไม่ได้หวังให้มันออกดอกผลให้ตัวผม ผมปลูกเพราะผมรักที่จะปลูก รักที่จะเห็นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ชื่นชมเพลิดเพลินกับมัน การจะได้ต้นไม้ที่แข็งแรงและสวยงามต้องทำอย่างละเอียดอ่อนและใส่ใจ เหมือนกับงานแปลหนังสือของผมที่ผมต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อเพื่อให้ได้หนังสือที่มีคุณค่าที่สุด นี้แหละครับความสุขเล็กๆน้อยๆของนักแปลหนังสือคนนี้

——————————————————————————————–

เนื้อหาบทความได้รับ การคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิ ทางปัญญา  โดยลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและ themosthappiness  เรามี ความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่เพื่อสาธารณะประโยชน์ เท่านั้น  กรุณาให้เกียรติผู้เขียนด้วยการอ้างชื่อผู้เขียนและ themosthappiness  (www.themosthappiness.wordpress.com) ทุกครั้งที่นำไปเผยแพร่ต่อ  ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้ รับอนุญาต  ขอบคุณที่ร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็นเครือข่ายแห่งความสุข

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s